จดหมายเปิดผนึก จาก Mr. Stephen Ashworth กรรมการผู้จัดการ Hutchison Ports ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย
2020 นับเป็นปีที่นำพาความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้คนทั่วโลก กระนั้นแล้ว ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจ และความกังวลถึงสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ Hutchison Ports Thailand (HPT) ยังคงประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามอุปสรรคสู่เป้าหมายอันเป็นหลักชัยสำคัญหลายประการ
What happened to container handling volumes?
นับตั้งแต่ที่มีการตรวจพบเชื้อ COVID-19 สาธารณรัฐประชาชนจีนก็กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้รับผลกระทบด้านการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังส่งผลกระทบเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่สู่ซัพพลายเชนและระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ในการนี้ หากเราแบ่งปี 2020 ออกเป็นสามช่วง สี่เดือนแรกระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนนั้น ปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเทียบเรือ HPT ค่อนข้างคงที่ โดยยอดการปฏิบัติการตู้สินค้าของเรามีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย ถือได้ว่าในช่วงต้นปี 2020 เป็นช่วงเวลาที่สร้างความชะล่าใจให้แก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าปัญหาที่กำลังก่อตัวขึ้น จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกระแสการค้าทั่วโลก
อย่างไรก็ดี หากเราพินิจพิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด ก็พอจะเห็นเค้าลางที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอันเป็นผลกระทบจากโรคระบาดได้ โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมนั้น ปริมาณตู้สินค้าลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากการบริโภคสินค้าทั่วโลกเกิดการหยุดชะงัก สายการเดินเรือต่างๆ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องงดให้บริการในบางเที่ยวเรือ หรือรวบรวมปริมาณสินค้าจากหลายๆ เที่ยวเรือเข้าด้วยกัน
จากข้อมูลของสายการเดินเรือที่เป็นลูกค้าของเราบางราย สินค้าจำเป็นยังมีการขนส่งอยู่ พร้อมกันนั้น ปริมาณการขนส่งสินค้าตกแต่งบ้านไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรปก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นผลจากการที่ผู้คนจำนวนมากต้องกักตัวภายในที่พักอาศัย ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งนี้ ปริมาณการใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโตขึ้น ก็กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในกระแสการขนส่งสินค้าในช่วงที่สองนี้
จากนั้น ในเดือนกันยายน ยอดการปฏิบัติการตู้สินค้าของเราก็ฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากตลาดการค้าสำคัญของโลกกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และคาดว่ากระแสดังกล่าวนี้จะยังคงดำเนินต่อไปตลอดจนถึงสิ้นปี
What was our reaction to the crisis?
ในขั้นต้น เมื่อเล็งเห็นแล้วว่าประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เกิดจากโรคระบาดได้ เราก็จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการป้องกัน COVID-19 ขึ้นทันที โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน รวมถึงผู้ใช้บริการที่มาจากภายนอก โดยเราได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในสถานที่ทำงาน ซึ่งรวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รักษาสุขอนามัย และแนวทางการตรวจสอบอุณหภูมิร่างกาย ข้อปฏิบัติดังกล่าว ล้วนจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรักษาปฏิบัติการท่าเทียบเรือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าจำเป็น
เราให้ความใส่ใจและความสำคัญต่อมาตรการดังกล่าวเป็นพิเศษ เพื่อปกป้องเพื่อนร่วมงาน ณ ‘ด่านหน้า’ ของเรา ผู้จำเป็นต้องสัมผัสกับลูกเรือและผู้ใช้บริการท่าเทียบเรือในทุกๆ วัน
การตัดสินใจครั้งสำคัญประการที่สองของเราก็คือ ถึงแม้ว่าบริษัทของเราต้องเผชิญกับแรงกดดันทางด้านการเงิน เราก็หาได้มีแนวคิดในการลดจำนวนพนักงาน เพราะพื้นฐานโดยธรรมชาติของธุรกิจของเรานั้น ต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงมิได้อยู่แล้ว และจากประสบการณ์ของเรา หากท่าเทียบเรือขาดแรงงานในช่วงเวลาที่ปริมาณตู้สินค้าดีดตัวกลับมา การปฏิบัติงานก็จะได้รับผลกระทบ และก่อให้เกิดความหนาแน่นและการติดขัดในท่าเรือ
แน่นอนว่า มีการตัดสินใจที่จะลดทอนการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น กระนั้นแล้ว เราก็ยังคงเดินหน้าลงทุนกับโครงการสำคัญต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาท่าเทียบเรือชุด ดี ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนก่อสร้างส่วนต่อขยาย พร้อมกันนั้น เรายังได้ตัดสินใจเร่งดำเนินแผนการพัฒนาประสิทธิภาพเทคโนโลยีในท่าเทียบเรือ เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่ความต่อเนื่องทางธุรกิจในภายภาคหน้า
แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่มาในรูปของโรคระบาดครั้งใหญ่ ทว่า ภายใต้การวางรากฐานท่าเทียบเรือที่ปลอดภัย มั่นคง และมีประสิทธิภาพ เราได้ผลักดันองค์กรสู่หลักชัยสำคัญในปี 2020 โดยในเดือนเมษายน เรารับรถบรรทุกสินค้าอัตโนมัติจำนวนหกคันมาเพื่อทดสอบการทำงาน ซึ่งเป็นรถบรรทุกอัตโนมัติที่ปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ล้ำสมัยที่สุด อีกทั้งยังปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
หากว่าการทดสอบผนวกเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากับระบบปฏิบัติการของท่าเทียบเรือของเราประสบผลสำเร็จ เราก็จะพิจารณาสั่งซื้อรถบรรทุกสินค้าอัตโนมัติมายังท่าเทียบเรือชุด ดี เพื่อปฏิบัติการจริง
พร้อมกันนั้น ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2020 เรายังมีโอกาสได้ต้อนรับเรือ MSC MINA สู่ท่าเทียบเรือชุด ดี และด้วยความยาวตลอดลำเรือ 399 เมตร พร้อมขนาดระวางสินค้า 23,656 ทีอียู จึงนับได้ว่าเป็นเรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยเข้าสู่น่านน้ำของประเทศไทยลำหนึ่ง และในวันที่ 9 ธันวาคม 2020 เราก็ได้เฉลิมฉลองสถิติการปฏิบัติการตู้สินค้าครบ 30 ล้านทีอียู นับตั้งแต่เปิดให้บริการ ณ ท่าเรือแหลมฉบังในปี 2002 ซึ่งนับเป็นหลักชัยที่สำคัญต่อทั้ง HPT และ Hutchison Ports Group
Looking forward to 2021
แม้จะมีเสียงเป็นเอกฉันท์แล้วว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2021 ทว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ทั่วโลกหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็จะมีปริมาณที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ในช่วงก่อนเกิดวิกฤต หากเราจะคาดเดาการเติบโตของปริมาณตู้สินค้าในทิศทางเดียวกันแล้ว ภายใต้การคาดคะเนสถานการณ์ที่ดีที่สุด ยอดปฏิบัติการตู้สินค้าก็จะฟื้นตัวในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ก่อนที่จะทะยานขึ้นอีกครั้ง ในทางตรงกันข้าม ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ยอดปฏิบัติการตู้สินค้าก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวที่เชื่องช้าและยาวนาน กว่าจะถึงจุดที่พลิกฟื้นขึ้นมาได้
ขณะที่เรายังจับตาดูสถานการณ์ปี 2021 และปีต่อๆ ไปด้วยทัศนคติคิดบวก จากการประกาศความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพ เราก็ยังคงเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดด้วยเช่นกัน อาทิ กรณีที่อาจเกิดการแพร่ระบาดระลอกที่สองในประเทศไทย
และขณะที่ผมกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้ เราก็ได้เห็นอัตราการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นในชุมชน ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐประกาศมาตรการป้องกัน ซึ่งสร้างข้อจำกัดในชีวิตประจำวันของพวกเราอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ เราจึงยังคงต้องเฝ้าระวัง และสร้างความมั่นใจว่าเราได้เตรียมมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน พร้อมกับรักษาความพร้อมในการปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง และมอบบริการให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการท่าเทียบเรือต่อไป แม้ว่าจะเกิดการล็อคดาวน์ขึ้นอีกครั้งก็ตาม
กระนั้นแล้ว เราก็จะยังคงเดินหน้าตามแผนการลงทุนเพื่อขยายประสิทธิภาพการปฏิบัติการตู้สินค้า และติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ ณ ท่าเทียบเรือของเราต่อไป โดยในท่าเทียบเรือชุด ดี เราได้วางแผนที่จะเริ่มการก่อสร้างส่วนต่อขยายที่เหลือทั้งหมดของลานวางตู้สินค้า และสั่งซื้อเครนยกสินค้าหน้าท่าขนาด Super-Post-Panamax และเครน RTG เพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดจะปฏิบัติงานด้วยพลังงานไฟฟ้า และใช้เทคโนโลยีควบคุมจากระยะไกล
ทั้งนี้ เราจะผลักดันโครงการทดสอบรถบรรทุกสินค้าอัตโนมัติในท่าเทียบเรือ ชุด ดี พร้อมกับเดินหน้าแผนการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนบริการเช่น การออกใบปล่อยสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e- Delivery Order) ประตูเข้า-ออกระบบอัตโนมัติสำหรับรถบรรทุกสินค้า รวมทั้งซัพพลายเชนในรูปแพลตฟอร์มดิจิทัล
Hutchison Ports ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน โดยเป้าหมายที่สำคัญสำหรับ HPT ในปี 2021 ก็คือ ลดรอยเท้าคาร์บอนในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง และพัฒนาโครงการเพื่อกระชับสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบ เราตั้งเป้าไว้ว่า เมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่ท่าเทียบเรือชุด ดี จะเป็นหนึ่งในท่าเทียบเรือที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก หากแต่ยังเป็นท่าเทียบเรือที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
สุดท้ายนี้ ผมขอถือโอกาสอวยพรให้พนักงาน HPT ทุกท่าน รวมทั้งผู้ติดตามของเรา เริ่มต้นปี 2021 ด้วยใจที่เปี่ยมสุข พร้อมสุขภาพกายที่แข็งแรง โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดของบริษัทฯ จากทั้งตัวผมและทีมประชาสัมพันธ์ของ HPT ต่อไปครับ
วันที่ 9 ธันวาคม 2563 Mr. Stephen Ashworth กรรมการผู้จัดการของ กลุ่มบริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท (ประเทศไทย) และพนักงาน ได้ร่วมกันฉลองการให้บริการตู้สินค้าผ่านท่า ครบ 30 ล้านทีอียู นับตั้งแต่บริษัทฯ เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2002 Mr. Ashworth ได้กล่าว ขอบคุณลูกค้า และการท่าเรือแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้ใช้บริการท่าเรือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดัน ให้บริษัทฯ ก้าวสู้ความสำเร็จในครั้งนี้
จดหมายเปิดผนึก จาก Mr. Stephen Ashworth กรรมการผู้จัดการ Hutchison Ports ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย
ในฐานะกรรมการผู้จัดการของ Hutchison Ports Thailand (HPT) กอปรกับความช่วยเหลือและคำแนะนำจากคณะผู้บริหาร ผมต้องแน่ใจว่าท่าเทียบเรือของเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอยู่เสมอ ปัจจุบัน ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นที่ ที่ HPT ได้เปิดดำเนินการ ห้าท่าเทียบเรือนั้น ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันและพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตขึ้น ทว่า การดำเนินงานด้านท่าเรือด้วยวิถีปฏิบัติดั้งเติม มีส่วนทำให้ภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง เนื่องด้วยพื้นที่รอบท่าเรือนั้น มักมีประชากรหนาแน่น และมีกิจกรรมมากมาย ดังนั้นการตอบสนองอย่างเหมาะสมต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการปฎิบัติงานของท่าเรือ จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งสำหรับกลุ่มบริษัท Hutchison Ports บทบาทสำคัญของท่าเรือในซัพพลายเชนระหว่างประเทศ รวมทั้งเม็ดเงินมหาศาลที่จำเป็นสำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ แสดงให้เห็นว่าท่าเรือนั้น เป็นการลงทุนทางธุรกิจที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและดูแล เป็นเวลาหลายทศวรรษ ที่ท่าเรือหลายแห่งทั่วโลก นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในเรื่องการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพกันอย่างน้อยมาก เป็นผลให้ ท่าเรือยังคงเป็นผู้ได้สร้างมลภาวะสู่ธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ HPT เรากำลังเปลี่ยนแปลงบางอย่างในทางที่ดี เพื่อเป็นท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ที่ผู้ประกอบการท่าเรือต้องเผชิญ เป็นหัวข้อที่ผมพูดถึงไปแล้ว กระนั้น ภารกิจรักษ์โลกก็ถือเป็นเป็นสิ่งที่ HPT และกลุ่มบริษัท Hutchison Ports ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และผมขอถือโอกาสนี้ เพื่อสรุปข้อมูลแก่ทุกท่านGreen Port
ท่าเทียบเรือสีเขียว คือ รูปแบบท่าเรือหรือแนวคิดเพื่อประสานความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยื่น โดยการจะบรรลุเป้าหมายได้นั้น จำต้องมีองค์กรและผู้นำที่มีประสิทธิภาพ นโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่สอดคล้อง การคิดเชิงนวัตกรรม รวมถึงปรัชญาการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อให้ก้าวเข้าสู่การเป็นท่าเทียบเรือสีเขียว ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือต้องดำเนินงานภายใต้เกณฑ์และมาตรฐานสากลสำหรับการบริหารจัดการท่าเทียบเรือและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบริเวณรอบท่าเทียบเรือ ในการนี้ ผมมีความภาคภูมิใจที่จะกล่าวว่า HPT ได้ดำเนินการและพัฒนาท่าทียบเรือของเราอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะท่าเทียบเรือ ชุด ดี โดยในปีที่ผ่านมา ท่าเทียบเรือ ชุด ดี เฟสที่ 1 ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ และได้รองรับเรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน พร้อมกันนั้น เราผลักดันโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือเพื่อความยั่งยืนไปอีกขั้น ด้วยการใช้เครื่องมือ ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าและปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง (RTG) ระบบพลังงานไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานจากระยะไกล นอกจากนี้ เรายังอยู่ในระหว่างการทดสอบ การใช้งานรถบรรทุกตู้สินค้าไร้คนขับจำนวนหกคันอีกด้วย หากการทดสอบดังกล่าวประสบผลสำเร็จ และรถบรรทุกฯ สามารถปรับใช้งานร่วมกับกลุ่มรถบรรทุกตู้สินค้าของเราได้ ไม่เพียงแต่รถบรรทุกตู้สินค้าไร้คนขับจะประหยัดพลังงานกว่า หากแต่จะปฏิบัติงานได้เงียบกว่า ซึ่งลดมลภาวะทางเสียง เมื่อเทียบกับกลุ่มรถบรรทุกตู้สินค้า อีกทั้ง เรายังมีแผนดำเนินการอื่นๆ ทั้งที่ปฏิบัติสำเร็จแล้วและกำลังจะดำเนินการต่อไป ประกอบไปด้วย ระบบติดตามตู้สินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ แผนการปรับปรุงประตูทางเข้าท่าเทียบเรือระบบอัตโนมัติ รวมทั้งบริการชำระเงินต่างธนาคาร ที่จะช่วยลดการใช้กระดาษลงได้เป็นจำนวนมาก ยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งให้เราก้าวสู่การเป็นท่าเทียบเรือสีเขียว ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา HPT ได้เปิดตัวโครงการ ‘Go Green’ ซึ่งบุคลากรของเราล้วนมีความกระตือรือร้นและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ โดยโครงการดังกล่าว มีแนวทางการปฏิบัติสำหรับการรักษาสภาพแวดล้อมที่ทำได้ทันที อย่างเป็นระบบ สามารถควบคุมและวัดผลได้ เช่น การประหยัดน้ำและพลังงานไฟฟ้า การลดการใช้พลาสติก รวมถึงการรณรงค์คัดแยกประเภทขยะ เรายังทำการปลูกต้นทองอุไรจำนวน 200 ต้น ณ หน้าท่าเทียบเรือ ชุด ดี โดยความร่วมมือของท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมกับวางแผนปลูกต้นไม้เพิ่มเติมในลักษณะเดียวกัน ณ ท่าเทียบเรือชุด เอ และ ซี อีกด้วยEfficiency, Productivity & Sustainable Development
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและกิจการต่างๆ ที่มีส่วนข้องเกี่ยวกับธุรกิจท่าเทียบเรือนั้นมีอยู่จำนวนมาก ดังนั้น ท่าเทียบเรือจึงเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมองค์ประกอบต่างๆ ทางธุรกิจเหล่านี้เข้าด้วยกัน หากพูดถึงบทบาทของภาคส่วนธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลในเศรษฐกิจโลกแล้ว นับได้ว่ามีความสำคัญต่อตลาดการค้าต่างประเทศเป็นอย่างมาก การเติบโตของเศรษฐกิจและการค้าได้สร้างแรงกดดันให้แก่อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางทะเล ในแง่ของพัฒนาการเพื่อความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ลูกค้าของเราซึ่งได้แก่ สายการเดินเรือ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างแสดงความต้องการให้ท่าเรือพัฒนาประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น การนี้ เราพบว่าการลงทุนในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถด้านการให้บริการ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การเติบโตอย่างยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องมือปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าและปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางที่ปฏิบัติงานด้วยระบบควบคุมการทำงานจากระยะไกล ในท่าเทียบเรือ ชุด ดี ของเรานั้น ตอบโจทย์การรักษ์โลกทุกประเด็น พร้อมกันนั้น ระบบป้องกันการชนสิ่งกีดขวาง ระบบ Anti-Lift ซึ่งป้องกันอุบัติเหตุการยกตู้สินค้า ระบบตรวจสอบตู้สินค้าบนเรือขนส่งสินค้า และระบบระบุตำแหน่งวางตู้สินค้าบนหางลาก ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยแก่พนักงาน ผู้ปฏิบัติการบนเรือขนส่งสินค้า พนักงานขับรถบรรทุกรับสินค้า รวมถึงเจ้าของสินค้าอีกด้วย นอกจากนี้ การที่พนักงานควบคุมปั้นจั่นทำงานในห้องควบคุมจากระยะไกล แทนการปฏิบัติการในห้องควบคุมบนตัวปั้นจั่น ก็ช่วยลดการสัมผัสมลภาวะทางเสียงได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราดำเนินงานได้อย่างยืดหยุ่น ในแง่ของการจัดการทรัพยากรบุคลากร ยิ่งเราปรับปรุงประสิทธิภาพระบบและการปฏิบัติการมากขึ้น เราก็ยิ่งเห็นประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยLooking to the Future
เนื่องจาก Hutchison Ports Group กำหนดให้ท่าเทียบเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการด้านการทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ เราจึงเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาทดสอบการปฏิบัติการอยู่เสมอ เป้าหมายของ HPT คือการสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อกันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่ากับชุมชนรอบข้าง การเปิดรับแผนการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ในฐานะปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จะสร้างประโยชน์ต่อ HPT และการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมกับสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและประเทศไทย 4.0 อีกด้วย สุดท้ายนี้ ผมขอเน้นย้ำว่า การริเริ่มโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือสีเขียว ไม่เพียงแต่สะท้อนความพยายามรักษาสภาพแวดล้อม หากแต่ยังเป็นการแสดงถึงการเปิดรับแนวคิดการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากขึ้นให้แก่พนักงานทุกคน องค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมา จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมกับมาตรฐานคุณภาพบริการที่เรามอบให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการท่าเทียบเรือ ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งจะสร้างข้อได้เปรียบให้แก่ HPT ในภาวะของอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยความท้าทายอย่างในปัจจุบัน



















